ประกาศและข่าวสารเหรียญต่าง ๆ

Weekly Research Recap 13 - 19 July 2026

ประจำสัปดาห์ 13 - 19 กรกฎาคม 2026

สารบัญเนื้อหา

สรุปสภาวะตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลประจำสัปดาห์ที่ 13 - 19 กรกฎาคม 2026

ญี่ปุ่นยกระดับคริปโตเป็นสินทรัพย์ทางการเงิน เปิดทางลดภาษีและ Spot Bitcoin ETF

[https://www.coindesk.com/policy/2026/07/15/japan-reclassifies-crypto-as-a-financial-asset-paves-way-for-tax-cuts]

รัฐสภาญี่ปุ่นอนุมัติกฎหมายใหม่ให้คริปโตถูกจัดเป็นสินทรัพย์ทางการเงิน แทนการมองเป็นเพียงเครื่องมือสำหรับการชำระเงิน โดยกฎใหม่จะเริ่มมีผลในปี 2027 พร้อมยกระดับมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูล การคุ้มครองนักลงทุน และการควบคุมการซื้อขายโดยใช้ข้อมูลภายใน (Insider Trading) สำหรับผู้ออกสินทรัพย์ดิจิทัลและแพลตฟอร์มซื้อขาย การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวยังช่วยลดอุปสรรคทางกฎหมายต่อการพัฒนา Spot Bitcoin ETF ในอนาคต แม้ว่าหน่วยงานกำกับดูแลของญี่ปุ่นจะยังไม่ได้อนุมัติผลิตภัณฑ์ ETF อย่างเป็นทางการก็ตาม

อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือแผนลดอัตราภาษีรายได้จากคริปโต จากเดิมที่อาจสูงถึง 55 เปอร์เซ็นต์ เหลืออัตราคงที่ 20 เปอร์เซ็นต์ตั้งแต่ปี 2028 โดยแบ่งเป็นภาษีส่วนกลาง 15 เปอร์เซ็นต์ และภาษีท้องถิ่น 5 เปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นยังเพิ่มบทลงโทษสำหรับผู้ให้บริการคริปโตที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยเพิ่มโทษจำคุกสูงสุดจาก 3 ปีเป็น 10 ปี และเพิ่มค่าปรับสูงสุดจาก 3 ล้านเยนเป็น 10 ล้านเยน ภาพรวมจึงสะท้อนว่าญี่ปุ่นไม่ได้เพียงเปิดรับคริปโตมากขึ้น แต่กำลังผลักดันสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าสู่ระบบการเงินภายใต้กรอบกำกับดูแลที่เข้มงวดและชัดเจนกว่าเดิม

เงินเฟ้อสหรัฐฯ ชะลอตัว ดัน Bitcoin เข้าใกล้ 65,000 ดอลลาร์

[https://www.coindesk.com/markets/2026/07/15/bitcoin-tops-usd64-000-as-cooling-u-s-inflation-guts-the-fed-rate-hike-trade]

Bitcoin ปรับตัวขึ้นประมาณ 3.6 เปอร์เซ็นต์ แตะบริเวณ 64,800 ดอลลาร์ หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนมิถุนายนชะลอตัวมากกว่าที่ตลาดคาด โดย CPI ลดลงจาก 4.2 เปอร์เซ็นต์เหลือ 3.5 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ Core CPI ลดลงจาก 2.9 เปอร์เซ็นต์เหลือ 2.6 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะขึ้นดอกเบี้ยในระยะสั้นลดลงจาก 43 เปอร์เซ็นต์เหลือเพียง 13 เปอร์เซ็นต์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปีลดลง 0.06 เปอร์เซ็นต์

แรงซื้อยังขยายไปยังสินทรัพย์คริปโตอื่น โดย Ether ปรับตัวขึ้น 5.3 เปอร์เซ็นต์สู่ประมาณ 1,880 ดอลลาร์ ขณะที่ HYPE เพิ่มขึ้น 6.4 เปอร์เซ็นต์ XRP เพิ่มขึ้น 3.7 เปอร์เซ็นต์ และ Solana เพิ่มขึ้น 3.6 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อพื้นฐานที่ 2.6 เปอร์เซ็นต์ยังสูงกว่าเป้าหมายของ Fed ที่ 2 เปอร์เซ็นต์ จึงช่วยลดแรงกดดันด้านขาลงมากกว่าที่จะยืนยันการเริ่มต้นรอบขาขึ้นใหม่ โดยตลาดยังต้องติดตามการประชุม Fed ในเดือนกันยายน ทิศทางเงินดอลลาร์ และความต่อเนื่องของเงินไหลเข้า Bitcoin ETF

Top Net flows

[https://app.artemisanalytics.com/flows]

ข้อมูลกระแสสินทรัพย์สุทธิผ่านบริดจ์ในรอบ 7 วันชี้ว่า Hyperliquid มีเงินไหลเข้าประมาณ 560 ล้านดอลลาร์ สูงที่สุดในตลาด ตามด้วย Ethereum ราว 75 ล้านดอลลาร์ และ Robinhood Chain ประมาณ 35 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม เงินไหลเข้าไม่ได้หมายความว่าราคาโทเคนจะปรับตัวขึ้นทันที โดยวันที่ 17 กรกฎาคม HYPE ลดลง 10 เปอร์เซ็นต์ภายในวันเดียวมาอยู่ใกล้ 60 ดอลลาร์ และลดลง 12 เปอร์เซ็นต์ในรอบสัปดาห์ หลังแรงขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ในเอเชียลุกลามมายังตลาดคริปโต ภาพดังกล่าวสะท้อนว่าสภาพคล่องยังคงเลือกเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐานและตลาดอนุพันธ์ของ Hyperliquid แม้ผู้ลงทุนระยะสั้นจะลดความเสี่ยงในตัวโทเคน

ด้าน Ethereum ยังคงได้รับแรงหนุนจากกองทุน Spot Ethereum ETF ที่มีเงินไหลเข้าเกือบ 97 ล้านดอลลาร์ในช่วง 3 วันแรกของสัปดาห์ ขณะที่ Robinhood Chain รายงานมูลค่าสินทรัพย์บนเครือข่ายราว 312 ล้านดอลลาร์ ปริมาณธุรกรรม 3.6 ล้านรายการต่อวัน และปริมาณซื้อขาย DEX ประมาณ 838 ล้านดอลลาร์ใน 24 ชั่วโมง สวนทางกับ Arbitrum ที่มีเงินไหลออกเกือบ 600 ล้านดอลลาร์ แม้ Robinhood Chain จะพัฒนาด้วยเทคโนโลยี Arbitrum Orbit จึงอาจสะท้อนว่าสภาพคล่องกำลังเคลื่อนย้ายจากเครือข่ายทั่วไปไปสู่แพลตฟอร์มเฉพาะทางที่มีกิจกรรมซื้อขายชัดเจน มากกว่าจะเป็นการลดความสนใจต่อเทคโนโลยีของ Arbitrum โดยรวม

Fear & Greed Index

[https://www.coinglass.com/pro/i/FearGreedIndex]

ดัชนี Crypto Fear & Greed Index เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ใช้ประเมินมุมมองและอารมณ์ของตลาดคริปโต โดยอ้างอิงคะแนนตั้งแต่ 0 ถึง 100 (0 หมายถึง ความกลัวสุดขีด หรือ Extreme Fear และ 100 หมายถึง ความโลภสุดขีด หรือ Extreme Greed)

ดัชนี Crypto Fear and Greed ลดลงจากประมาณ 27 จุดในวันที่ 13 กรกฎาคม เหลือ 21 จุดในวันที่ 14 กรกฎาคม 2026 พร้อมกับ Bitcoin ที่ปรับตัวลงจากบริเวณ 64,000 ดอลลาร์สู่ใกล้ 62,000 ดอลลาร์ หลังราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้น 8.5 เปอร์เซ็นต์แตะ 77.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปีเพิ่มขึ้นสู่ 4.27 เปอร์เซ็นต์ ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านและสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยจาก Fed อย่างไรก็ตาม ตลาดฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในวันที่ 15 กรกฎาคม หลังเงินเฟ้อทั่วไปของสหรัฐฯ ชะลอลงจาก 4.2 เปอร์เซ็นต์เหลือ 3.5 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานลดจาก 2.9 เปอร์เซ็นต์เหลือ 2.6 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้โอกาสการขึ้นดอกเบี้ยลดลงจาก 43 เปอร์เซ็นต์เหลือ 13 เปอร์เซ็นต์ และหนุน Bitcoin กลับขึ้นใกล้ 64,800 ดอลลาร์

ความเชื่อมั่นฟื้นตัวต่อเนื่องจนดัชนีขยับขึ้นแตะประมาณ 28 จุดในวันที่ 17 กรกฎาคม แต่ยังไม่สามารถหลุดพ้นจากโซน Fear ได้อย่างชัดเจน เนื่องจากแรงขายหุ้นชิปทั่วโลกกดดันให้ Bitcoin กลับลงมาใกล้ 63,000 ดอลลาร์ ก่อนที่ดัชนีจะลดลงเหลือราว 24 จุดในวันที่ 18 กรกฎาคม และฟื้นขึ้นใกล้ 29 จุดในวันที่ 19 กรกฎาคม พร้อมกับราคาที่กลับขึ้นสู่บริเวณ 64,500 ดอลลาร์ ภาพรวมสะท้อนว่าตลาดตอบรับข้อมูลเงินเฟ้อที่ดีขึ้น แต่ความเชื่อมั่นยังคงผันผวนตามปัจจัยด้านอัตราดอกเบี้ย ภูมิรัฐศาสตร์ และหุ้นเทคโนโลยี ทำให้การฟื้นตัวในรอบนี้ยังเป็นการลดระดับความกลัว มากกว่าการกลับเข้าสู่ภาวะโลภหรือการยืนยันแนวโน้มขาขึ้นอย่างเต็มตัว

Bitcoin ETF Flow

[https://farside.co.uk/btc]

กองทุน Spot Bitcoin ETF สหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิรวม 75.5 ล้านดอลลาร์ ระหว่างวันที่ 13 ถึง 17 กรกฎาคม 2026 แม้เปิดสัปดาห์ด้วยเงินไหลออกหนักถึง 424.7 ล้านดอลลาร์ แต่กระแสเงินพลิกกลับมาไหลเข้าต่อเนื่อง 4 วัน รวม 500.2 ล้านดอลลาร์ โดย IBIT ของ BlackRock รับเงินสุทธิสูงสุด 204.1 ล้านดอลลาร์ สวนทางกับ FBTC ของ Fidelity ที่ถูกถอนออกสุทธิ 181.1 ล้านดอลลาร์ ภาพนี้สะท้อนว่าแรงซื้อสถาบันเริ่มกลับมา แต่ยังค่อนข้างกระจุกตัวในกองทุนรายใหญ่ ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างพร้อมเพรียงทั้งตลาด

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นหลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนมิถุนายนชะลอลงเหลือ 3.5 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานลดลงเหลือ 2.6 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้ Bitcoin ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 3.6 เปอร์เซ็นต์ เข้าใกล้ระดับ 64,800 ดอลลาร์ และโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยในระยะสั้นลดลงจาก 43 เปอร์เซ็นต์เหลือ 13 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม แรงขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกในวันที่ 17 กรกฎาคมกดดันให้ Bitcoin กลับมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 63,000 ดอลลาร์ แม้กองทุน ETF ยังมีเงินไหลเข้าสุทธิอีก 132.3 ล้านดอลลาร์ จึงสะท้อนว่าเงินลงทุนจากสถาบันยังมีส่วนช่วยสร้างฐานราคา ขณะที่ทิศทางระยะสั้นยังคงได้รับอิทธิพลจากเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย และความผันผวนของตลาดหุ้น

Ethereum ETF Flow

[https://farside.co.uk/eth/]

กองทุน Spot Ethereum ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิรวม 105.5 ล้านดอลลาร์ ระหว่างวันที่ 13 ถึง 17 กรกฎาคม 2026 โดยเริ่มต้นสัปดาห์ด้วยเงินไหลออก 15.4 ล้านดอลลาร์ ก่อนกลับมามีเงินไหลเข้า 58.3 ล้านดอลลาร์ และ 53.9 ล้านดอลลาร์ ในวันที่ 14 และ 15 กรกฎาคมตามลำดับ แม้วันที่ 16 กรกฎาคมจะมีเงินไหลออกอีก 28 ล้านดอลลาร์ แต่กระแสเงินกลับมาเป็นบวก 36.7 ล้านดอลลาร์ในวันถัดมา โดยแรงซื้อส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ใน ETHA ของ BlackRock ซึ่งมีเงินไหลเข้าสุทธิรวม 135.3 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ FETH ของ Fidelity มีเงินไหลออกสุทธิ 21.6 ล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าสถาบันเริ่มกลับมาสะสม Ether แต่ยังคงเลือกลงทุนผ่านกองทุนหลักมากกว่ากระจายเงินไปยังกองทุนอื่นในตลาด

แรงซื้อในช่วงกลางสัปดาห์สอดคล้องกับข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาดในวันที่ 14 กรกฎาคม ส่งผลให้ราคา Ether ปรับตัวขึ้น 5.4 เปอร์เซ็นต์ แตะประมาณ 1,874 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ราคาอ่อนตัวลง 4 เปอร์เซ็นต์ มาอยู่ใกล้ 1,850 ดอลลาร์ในวันที่ 17 กรกฎาคม หลังแรงขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ในเอเชียลุกลามเข้าสู่ตลาดคริปโต แม้กองทุน ETF ยังคงมีเงินไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง ภาพรวมจึงสะท้อนว่าเงินลงทุนจากสถาบันกำลังช่วยสร้างฐานให้ Ethereum แต่ยังไม่แข็งแรงเพียงพอที่จะรองรับแรงขายจากปัจจัยมหภาคและตลาดหุ้นได้ทั้งหมด

ข่าวสารสำคัญ:  

โอกาสผ่าน Clarity Act ร่วงเหลือ 32 เปอร์เซ็นต์ หลังวุฒิสภาสหรัฐฯ เจรจาสะดุด  

รัฐบาลสหรัฐฯ โอน Bitcoin และ Ether ที่ยึดมา 288 ล้านดอลลาร์เข้า Coinbase Prime  

Citadel Securities ทุ่ม 400 ล้านดอลลาร์ลงทุน Crypto.com ดันมูลค่าแตะ 20,000 ล้านดอลลาร์

ที่มา:

https://www.coindesk.com/markets/2026/07/16/ether-outruns-bitcoin-as-etf-money-returns-almost-all-of-from-blackrock-s-fund

https://www.coindesk.com/tech/2026/07/13/robinhood-built-a-blockchain-for-tokenized-stocks-memecoins-took-over

หมายเหตุ : บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นในทุกวันจันทร์ ดังนั้นบทความบางส่วนอาจจะมีความคลาดเคลื่อนของข้อมูลได้  

Note: This analysis is conducted every Monday, so some parts of the article may contain inaccurate information

คำเตือน: คริปโทเคอร์เรนซี และโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้  

 

ขอบคุณที่ติดตามครับ

J.P Daniel

ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Maxbit ได้ที่

appstoregoogleplay

ลงทะเบียนอย่างปลอดภัยกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต

ลงทะเบียน
starstar