ประจำสัปดาห์ 10 - 16 สิงหาคม 2026


Bitcoin ปรับตัวลงต่ำกว่า 64,000 ดอลลาร์ หลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนกรกฎาคมออกมาตามที่ตลาดคาด โดย CPI อยู่ที่ 3.4 เปอร์เซ็นต์ ลดลงจาก 3.5 เปอร์เซ็นต์ ในเดือนมิถุนายน ขณะที่ Core CPI ชะลอลงจาก 2.6 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 2.5 เปอร์เซ็นต์ แม้เงินเฟ้อจะเริ่มชะลอตัว แต่ระดับดังกล่าวยังไม่มากพอที่จะสร้างความเชื่อมั่นว่า Fed จะเปลี่ยนทิศทางนโยบายในการประชุมเดือนกันยายน ส่งผลให้ Bitcoin ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 62,000 ถึง 66,000 ดอลลาร์ และซื้อขายใกล้ระดับ 63,600 ดอลลาร์ หลังการประกาศข้อมูล
ตลาดอนุพันธ์ยังสะท้อนถึงความระมัดระวังของนักลงทุน โดยออปชันฝั่งป้องกันความเสี่ยงที่ระดับ 60,000 ดอลลาร์ มีราคาสูงกว่าฝั่งคาดการณ์ขาขึ้นที่ 70,000 ดอลลาร์ ขณะที่ Bitcoin ทดสอบระดับเหนือ 65,000 ดอลลาร์ ถึง 6 ครั้งระหว่างวันที่ 5 ถึง 10 สิงหาคม แต่ยังไม่สามารถปิดรายวันเหนือระดับดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม กลุ่ม Whale ที่ถือครองมากกว่า 1,000 BTC เพิ่มการถือครองแตะ 3.06 ล้าน BTC ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของปี 2026 สะท้อนว่ารายใหญ่ยังคงสะสม Bitcoin แม้ในระยะสั้นตลาดยังขาดปัจจัยกระตุ้นที่เพียงพอให้ราคาหลุดออกจากกรอบเดิม

Tether เปิดเผยว่า KPMG U.S. ได้ตรวจสอบงบการเงินฉบับเต็มของ Tether International ผู้ออกเหรียญ USDT สำหรับปี 2025 และให้ความเห็นแบบ Unqualified Opinion หรือความเห็นแบบไม่มีเงื่อนไข ซึ่งถือเป็นระดับความเห็นเชิงบวกสูงสุดจากผู้สอบบัญชีอิสระ การตรวจสอบครอบคลุมทั้งงบดุล รายได้ กระแสเงินสด สินทรัพย์สำรอง หนี้สิน ธุรกรรม ระบบภายใน การประเมินมูลค่า และคู่สัญญา โดย ณ สิ้นปี 2025 Tether มีสินทรัพย์สำรองมากกว่าหนี้สินประมาณ 6.8 พันล้านดอลลาร์
การตรวจสอบครั้งนี้ถือเป็น Full Financial Audit ครั้งแรกของ Tether หลังจากบริษัทประกาศแผนตรวจสอบเต็มรูปแบบมาตั้งแต่ปี 2017 โดยก่อนหน้านี้ Tether ใช้รายงาน Reserve Attestation ซึ่งเป็นการตรวจสอบสินทรัพย์และหนี้สิน ณ ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ขณะที่ KPMG ระบุว่าได้ตรวจสอบหลักฐานโดยตรงในหลายส่วน รวมถึงการนับและตรวจสอบทองคำที่ Tether ถือครองเป็นรายแท่ง การผ่าน Audit ครั้งนี้จึงเป็นพัฒนาการสำคัญด้านความโปร่งใสของ USDT และช่วยเพิ่มข้อมูลสำหรับประเมินความแข็งแกร่งของสินทรัพย์สำรองที่รองรับหนึ่งใน Stablecoin รายใหญ่ที่สุดของตลาด

ข้อมูลกระแสสินทรัพย์ผ่านบริดจ์ระหว่างวันที่ 10 ถึง 16 สิงหาคม 2026 แสดงให้เห็นว่า Hyperliquid มีเงินไหลเข้าสุทธิประมาณ 73 ล้านดอลลาร์ สูงที่สุดในกลุ่ม ตามด้วย Ethereum ราว 52 ล้านดอลลาร์ Polygon PoS ประมาณ 26 ล้านดอลลาร์ และ Robinhood Chain ราว 20 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ฝั่งเงินไหลออก Arbitrum มีเงินไหลออกประมาณ 78 ล้านดอลลาร์ ตามด้วย Base ราว 42 ล้านดอลลาร์ และ edgeX ประมาณ 38 ล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าสภาพคล่องในช่วงดังกล่าวมีการกระจายตัวระหว่างเครือข่ายอย่างชัดเจน มากกว่าการเคลื่อนย้ายไปในทิศทางเดียวกันทั่วทั้งตลาด
กระแสเงินเข้าสู่ Hyperliquid สอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของ HYPE ในวันที่ 13 สิงหาคม โดยเพิ่มขึ้นกว่า 3 เปอร์เซ็นต์ สู่ประมาณ 56 ดอลลาร์ แม้ผลตอบแทนในรอบสัปดาห์ยังทรงตัว ขณะที่ Ethereum ได้รับแรงสนับสนุนจากความสนใจของสถาบัน โดย Fidelity ยื่นแผนเพิ่มบริการ Staking และจ่ายผลตอบแทนรายไตรมาสให้กับกองทุน FETH ซึ่งมีสินทรัพย์สุทธิประมาณ 898 ล้านดอลลาร์ และสามารถนำ Ether ไป Stake ได้สูงสุดถึง 100 เปอร์เซ็นต์ ภายใต้เงื่อนไขของกองทุน ภาพรวมจึงสะท้อนว่า Hyperliquid และ Ethereum ยังคงดึงดูดสภาพคล่องได้ดี แต่ตัวเลขเงินผ่านบริดจ์ควรมองเป็นการเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ระหว่างเครือข่าย มากกว่าจะตีความว่าเป็นแรงซื้อโทเคนโดยตรง

ดัชนี Crypto Fear & Greed Index เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ใช้ประเมินมุมมองและอารมณ์ของตลาดคริปโต โดยอ้างอิงคะแนนตั้งแต่ 0 ถึง 100 (0 หมายถึง ความกลัวสุดขีด หรือ Extreme Fear และ 100 หมายถึง ความโลภสุดขีด หรือ Extreme Greed)
ระหว่างวันที่ 10 ถึง 16 สิงหาคม 2026 ดัชนี Crypto Fear and Greed เริ่มต้นบริเวณ 31 จุด ก่อนลดลงแตะประมาณ 26 จุด ในวันที่ 12 สิงหาคม สอดคล้องกับราคา Bitcoin ที่ปรับตัวลงจากเหนือ 65,000 ดอลลาร์ ในวันที่ 10 สิงหาคม มาเคลื่อนไหวใกล้ 64,000 ดอลลาร์ ก่อนการประกาศข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ โดยตลาดยังคงระมัดระวังต่อทิศทางดอกเบี้ย แม้ข้อมูล CPI เดือนกรกฎาคมจะออกมาตามคาด โดยเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 3.4 เปอร์เซ็นต์ ลดลงจาก 3.5 เปอร์เซ็นต์ ในเดือนก่อน ขณะที่ Core CPI ลดลงมาอยู่ที่ 2.5 เปอร์เซ็นต์ และ Bitcoin ยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 64,000 ดอลลาร์ หลังการประกาศตัวเลข
ความเชื่อมั่นเริ่มฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของสัปดาห์ โดยดัชนีเพิ่มขึ้นสู่ประมาณ 35 จุด ในวันที่ 15 และ 16 สิงหาคม หลังข้อมูล PPI เดือนกรกฎาคมชะลอตัวลงจากเดือนก่อน และลดลงเหลือ 4.7 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบรายปี จาก 5.5 เปอร์เซ็นต์ ในเดือนมิถุนายน ส่งผลให้ตลาดประเมินโอกาสที่ Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนไว้ที่ประมาณ 67.6 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม Bitcoin ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ 63,000 ถึง 64,000 ดอลลาร์ ขณะที่ Spot Bitcoin ETF มีเงินไหลออก 192 ล้านดอลลาร์ ติดต่อกัน 2 วันในช่วงปลายสัปดาห์ สะท้อนว่าความกังวลในตลาดเริ่มลดลง แต่ความเชื่อมั่นยังคงอยู่ในโซน Fear และยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะ Neutral

ระหว่างวันที่ 10 ถึง 14 สิงหาคม 2026 กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลออกสุทธิรวม 385.2 ล้านดอลลาร์ โดยมีเงินไหลเข้าเพียงวันที่ 11 สิงหาคมที่ 7.8 ล้านดอลลาร์ ขณะที่วันที่ 10, 12, 13 และ 14 สิงหาคมมีเงินไหลออก 144.6 ล้านดอลลาร์ 61.1 ล้านดอลลาร์ 131.1 ล้านดอลลาร์ และ 56.2 ล้านดอลลาร์ ตามลำดับ โดย FBTC ของ Fidelity มีเงินไหลออกมากที่สุดประมาณ 153.1 ล้านดอลลาร์ ตามด้วย GBTC ของ Grayscale ราว 88.3 ล้านดอลลาร์ และ IBIT ของ BlackRock ราว 78.9 ล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าแรงขายจากนักลงทุนสถาบันยังคงกดดันตลาด Bitcoin ETF อย่างต่อเนื่องตลอดสัปดาห์
แรงขายเกิดขึ้นแม้ปัจจัยมหภาคเริ่มผ่อนคลายลง โดย CPI สหรัฐฯ เดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้นเพียง 0.1 เปอร์เซ็นต์ จากเดือนก่อน และอยู่ที่ 3.4 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบรายปี ลดลงจาก 3.5 เปอร์เซ็นต์ ในเดือนมิถุนายน ขณะที่ Core CPI อยู่ที่ 2.5 เปอร์เซ็นต์ ต่อปี ต่อมา PPI เดือนกรกฎาคมทรงตัว และชะลอลงเหลือ 4.7 เปอร์เซ็นต์ ต่อปี จาก 5.5 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้โอกาสที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนลดลงเหลือประมาณ 35 เปอร์เซ็นต์ จาก 55 เปอร์เซ็นต์ ในสัปดาห์ก่อน อย่างไรก็ตาม Bitcoin ยังอ่อนตัวลงมาใกล้ 63,500 ดอลลาร์ ในวันที่ 13 สิงหาคม และลดลงเกือบ 2 เปอร์เซ็นต์ ในรอบสัปดาห์ สะท้อนว่าการชะลอตัวของเงินเฟ้อยังไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นแรงซื้อจากสถาบันให้กลับมาได้ในทันที

ระหว่างวันที่ 10 ถึง 16 สิงหาคม 2026 กองทุน Spot Ethereum ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลออกสุทธิรวมเพียง 3 ล้านดอลลาร์ โดยวันที่ 10 และ 11 สิงหาคมมีเงินไหลออก 14.6 ล้านดอลลาร์ และ 1.7 ล้านดอลลาร์ ตามลำดับ ก่อนกลับมามีเงินไหลเข้า 7.4 ล้านดอลลาร์ ในวันที่ 12 สิงหาคม และ 5.9 ล้านดอลลาร์ ในวันที่ 13 สิงหาคม ขณะที่วันที่ 14 สิงหาคมไม่มีเงินไหลเข้าสุทธิหรือไหลออกสุทธิ โดย ETHA ของ BlackRock มีเงินไหลออกสุทธิประมาณ 16.4 ล้านดอลลาร์ ส่วนกองทุน ETH ของ Grayscale มีเงินไหลเข้าสุทธิประมาณ 15.1 ล้านดอลลาร์ ภาพรวมจึงสะท้อนว่ากระแสเงินทุนสถาบันใน Ethereum ETF ยังคงอยู่ในภาวะทรงตัว และยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ความสนใจในการนำ ETH มาสร้างผลตอบแทนยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยวันที่ 12 สิงหาคม Fidelity ยื่นแผนเพิ่มบริการ Staking ให้กับ FETH ซึ่งมีสินทรัพย์สุทธิประมาณ 898 ล้านดอลลาร์ และสามารถนำ ETH ไป Stake ได้สูงสุด 100 เปอร์เซ็นต์ ภายใต้เงื่อนไขของกองทุน โดยผู้ถือหน่วยจะได้รับผลตอบแทนสุทธิเป็นเงินสดอย่างน้อยรายไตรมาส และกองทุนจะจัดสรร 85 เปอร์เซ็นต์ ของผลตอบแทน Staking ขั้นต้นให้แก่ผู้ลงทุน ต่อมาในวันที่ 13 สิงหาคม SharpLink เปิดเผยแผนนำ ETH มูลค่า 200 ล้านดอลลาร์ ไป Stake ผ่าน Lido ซึ่งมี ETH ถูก Stake อยู่ประมาณ 16.5 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าความต้องการนำ ETH มาใช้เพื่อสร้างผลตอบแทนยังคงขยายตัว แม้กระแสเงินใน ETF ตลอดสัปดาห์จะยังอยู่ในภาวะทรงตัว
ข่าวสารสำคัญ:
Strategy ขาย Bitcoin อีก 1,690 BTC ดันเงินสดสำรองแตะ 4.65 พันล้านดอลลาร์
Goldman Sachs ทุ่มสูงสุด 2.25 พันล้านดอลลาร์ ซื้อ Neos เสริม Bitcoin และ Ethereum Income ETF
Cboe ยื่น SEC ขอเปิด Bitcoin และ Ethereum ETF แบบ Leverage 3 เท่าในสหรัฐฯ
ที่มา:
https://www.reuters.com/business/us-producer-prices-unchanged-july-2026-08-13
https://www.reuters.com/business/us-consumer-prices-increase-expected-july-2026-08-12
หมายเหตุ : บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นในทุกวันจันทร์ ดังนั้นบทความบางส่วนอาจจะมีความคลาดเคลื่อนของข้อมูลได้
Note: This analysis is conducted every Monday, so some parts of the article may contain inaccurate information
คำเตือน: คริปโทเคอร์เรนซี และโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
ขอบคุณที่ติดตามครับ
J.P Daniel
ประกาศและข่าวสารเหรียญต่าง ๆ
ลงทะเบียนอย่างปลอดภัยกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต


