ประจำสัปดาห์ 17 - 23 สิงหาคม 2026


Bitcoin ปรับตัวขึ้นจากประมาณ 64,000 ดอลลาร์ สู่เหนือ 78,000 ดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 25 เปอร์เซ็นต์ ภายในไม่กี่วัน หลังรัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวจาก 2 พันล้านดอลลาร์เป็น 4 พันล้านดอลลาร์ต่อครั้ง ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีลดจากระดับสูงสุดในรอบ 19 ปีที่ 5.34 เปอร์เซ็นต์ ลงมาใกล้ 5.19 เปอร์เซ็นต์ ภาวะผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลงช่วยเพิ่มความน่าสนใจของสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin และกระตุ้นแรงซื้อกลับเข้าสู่ตลาด
แรงปรับขึ้นยังถูกเร่งจากการปิดสถานะ Short โดยมีสถานะขาลงในตลาดคริปโตถูก Liquidate รวมประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ Spot Bitcoin ETF สหรัฐฯ รับเงินสุทธิราว 650 ล้านดอลลาร์ ในสัปดาห์เดียวกัน อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า Treasury Buyback เป็นเพียงปัจจัยกระตุ้น ไม่ใช่มาตรการ Quantitative Easing และยังต้องติดตามว่า Bitcoin จะสามารถรักษาระดับเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันที่ประมาณ 69,000 ดอลลาร์ ได้หรือไม่ ซึ่งจะเป็นระดับสำคัญในการประเมินความแข็งแกร่งของแนวโน้มระยะถัดไป
_progressive.jpg)
กองทุน Spot Bitcoin และ Ethereum ETF ในสหรัฐฯ รับเงินไหลเข้าสุทธิรวม 2.6 พันล้านดอลลาร์ ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 21 สิงหาคม 2026 ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 โดย Bitcoin ETF รับเงินประมาณ 1.9 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ Ethereum ETF รับ 697.2 ล้านดอลลาร์ และทั้งสองกลุ่มทำสถิติเงินไหลเข้ารายสัปดาห์สูงที่สุดของปี 2026 นอกจากนี้ ปริมาณซื้อขาย ETF รวมยังเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่าเป็นประมาณ 29 พันล้านดอลลาร์ จากสัปดาห์ก่อน สะท้อนการกลับมาของแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันอย่างชัดเจน
ฝั่ง Bitcoin ETF มีปริมาณซื้อขายเพิ่มจาก 6.9 พันล้านดอลลาร์ เป็น 22.1 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่สินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหารเพิ่มขึ้น 25.4 เปอร์เซ็นต์ สู่ 96.1 พันล้านดอลลาร์ ส่วน Ethereum ETF มีปริมาณซื้อขายเพิ่มเป็น 6.9 พันล้านดอลลาร์ และสินทรัพย์สุทธิเพิ่มขึ้น 35.9 เปอร์เซ็นต์ สู่ 14.3 พันล้านดอลลาร์ กระแสเงินดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับ Bitcoin ที่ขึ้นเหนือ 79,000 ดอลลาร์ และทั้ง Bitcoin กับ Ether ปรับขึ้นราว 24 ถึง 28 เปอร์เซ็นต์ ในสัปดาห์เดียวกัน ทำให้ภาพรวมสะท้อนว่าแรงซื้อจาก ETF มีส่วนสำคัญต่อการฟื้นตัวของตลาดรอบนี้

ข้อมูลกระแสสินทรัพย์ผ่านบริดจ์ระหว่างวันที่ 17 ถึง 23 สิงหาคม 2026 แสดงให้เห็นว่า Hyperliquid มีเงินไหลเข้าสุทธิประมาณ 265 ล้านดอลลาร์ สูงที่สุดในกลุ่ม ตามด้วย Base ราว 62 ล้านดอลลาร์ Robinhood Chain ประมาณ 31 ล้านดอลลาร์ และ Polygon PoS ราว 16 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Arbitrum มีเงินไหลออกสุทธิประมาณ 300 ล้านดอลลาร์ มากที่สุด ตามด้วย Ethereum ราว 46 ล้านดอลลาร์ และ BNB Chain ประมาณ 28 ล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าสภาพคล่องในช่วงสัปดาห์ดังกล่าวถูกเคลื่อนเข้าสู่ Hyperliquid อย่างเด่นชัด แม้กระแสเงินผ่านบริดจ์จะไม่ได้หมายถึงแรงซื้อโทเคนโดยตรง
กระแสเงินเข้าของ Hyperliquid สอดคล้องกับความคึกคักของตลาดอนุพันธ์ในวันที่ 20 สิงหาคม เมื่อ HYPE ปรับขึ้นมากกว่า 19 เปอร์เซ็นต์ สู่ระดับเกือบ 70 ดอลลาร์ และ Ether เพิ่มขึ้น 18 เปอร์เซ็นต์ สู่ประมาณ 2,250 ดอลลาร์ ขณะเดียวกันสถานะ Short จำนวน 50,000 ETH บน Hyperliquid ถูก Liquidate ภายในเวลาเพียง 12 วินาที ทำให้ผู้ถือสถานะขาดทุนเกือบ 24 ล้านดอลลาร์ ท่ามกลางการ Liquidate สถานะ Short ในตลาดคริปโตรวมประมาณ 2.74 พันล้านดอลลาร์ แสดงให้เห็นว่าปริมาณเงินที่เคลื่อนเข้าสู่ Hyperliquidในช่วงนี้เกิดขึ้นพร้อมกับกิจกรรมการซื้อขายและความผันผวนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ดัชนี Crypto Fear & Greed Index เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ใช้ประเมินมุมมองและอารมณ์ของตลาดคริปโต โดยอ้างอิงคะแนนตั้งแต่ 0 ถึง 100 (0 หมายถึง ความกลัวสุดขีด หรือ Extreme Fear และ 100 หมายถึง ความโลภสุดขีด หรือ Extreme Greed)
ระหว่างวันที่ 17 ถึง 23 สิงหาคม 2026 ดัชนี Crypto Fear and Greed ปรับขึ้นจากประมาณ 30 จุด ในวันที่ 17 สิงหาคม สู่ระดับสูงกว่า 70 จุด ในวันที่ 21 และ 22 สิงหาคม ก่อนอ่อนตัวลงมาใกล้ 67 จุด ในวันที่ 23 สิงหาคม สอดคล้องกับ Bitcoin ที่ปรับจากบริเวณ 63,000 ดอลลาร์ ขึ้นเหนือ 78,000 ดอลลาร์ โดยวันที่ 19 สิงหาคม กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวจาก 2 พันล้านดอลลาร์เป็น 4 พันล้านดอลลาร์ต่อครั้ง ช่วยลดแรงกดดันจาก Bond Yield และสนับสนุนความต้องการสินทรัพย์เสี่ยง ส่งผลให้ Bitcoin เพิ่มขึ้นประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ ภายในไม่กี่วัน.
แรงส่งของตลาดยังได้รับการสนับสนุนจากเงินทุนสถาบัน โดย Spot Bitcoin ETF สหรัฐฯ รับเงินสุทธิ 517 ล้านดอลลาร์ ในวันที่ 19 สิงหาคม และเพิ่มเป็น 606 ล้านดอลลาร์ ในวันที่ 20 สิงหาคม ขณะที่การปรับขึ้นอย่างรวดเร็วของราคา Bitcoin ทำให้สถานะ Short ในตลาดคริปโตถูก Liquidate รวมมากกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ ภายใน 2 วัน ภาพรวมจึงสะท้อนว่าความเชื่อมั่นเปลี่ยนจาก Fear ไปสู่ Greed อย่างรวดเร็วจากทั้งสภาพคล่องที่ดีขึ้น เงิน ETF และแรงปิดสถานะ Short อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นในระยะสั้นที่รวดเร็วยังคงทำให้ตลาดมีความเสี่ยงต่อความผันผวนสูง

กองทุน Spot Bitcoin ETF สหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิรวมประมาณ 1,917.8 ล้านดอลลาร์ และเป็นเงินไหลเข้าทุกวันทำการ โดยวันที่ 20 สิงหาคมมีเงินไหลเข้าสูงสุด 606.3 ล้านดอลลาร์ ตามด้วยวันที่ 19 สิงหาคม 517.2 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ IBIT ของ BlackRock รับเงินรวมประมาณ 1,330.8 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นเกือบ 70 เปอร์เซ็นต์ ของเงินไหลเข้าทั้งสัปดาห์ สะท้อนว่าแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันกลับมาแข็งแกร่งและยังคงกระจุกตัวในกองทุนรายใหญ่
กระแสเงินเข้าที่เพิ่มขึ้นเกิดขึ้นพร้อมกับการปรับตัวขึ้นของ Bitcoin โดยวันที่ 19 สิงหาคมราคาทะลุ 68,000 ดอลลาร์ หลังรัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตร ส่งผลให้ความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงฟื้นตัว ก่อนที่ Bitcoin จะผ่าน 71,000 ดอลลาร์ และขึ้นเหนือ 76,000 ดอลลาร์ ในวันที่ 21 สิงหาคม ขณะเดียวกันสถานะ Short ในตลาดคริปโตถูก Liquidate เกือบ 3 พันล้านดอลลาร์ ภายใน 24 ชั่วโมง การที่ ETF รับเงิน 517 ล้านดอลลาร์ และ 606 ล้านดอลลาร์ ติดต่อกันในวันที่ 19 และ 20 สิงหาคม จึงสะท้อนว่าการปรับขึ้นของ Bitcoin ไม่ได้เกิดจาก Short Squeeze เพียงอย่างเดียว แต่มีแรงซื้อจากสถาบันเข้ามาสนับสนุนด้วย

กองทุน Spot Ethereum ETF สหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิรวมประมาณ 692.6 ล้านดอลลาร์ และเป็นเงินไหลเข้าทุกวันทำการ โดยวันที่ 20 สิงหาคมมีเงินไหลเข้าสูงสุด 219.5 ล้านดอลลาร์ ตามด้วยวันที่ 19 สิงหาคม 186.8 ล้านดอลลาร์ และวันที่ 21 สิงหาคม 184 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ ETHA ของ BlackRock รับเงินรวมประมาณ 536.8 ล้านดอลลาร์ หรือราว 77.5 เปอร์เซ็นต์ ของเงินไหลเข้าทั้งสัปดาห์ สะท้อนว่าแรงซื้อจากสถาบันยังคงกระจุกตัวในกองทุนรายใหญ่และมีความต่อเนื่องตลอดช่วงดังกล่าว
แรงซื้อใน ETF เกิดขึ้นพร้อมกับการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของ Ether โดยวันที่ 20 สิงหาคม ETH เพิ่มขึ้นประมาณ 18 เปอร์เซ็นต์ ภายใน 24 ชั่วโมงสู่ระดับเหนือ 2,250 ดอลลาร์ และเพิ่มขึ้นราว 20 เปอร์เซ็นต์ ในรอบสัปดาห์ หลังสหรัฐฯ เพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรและสภาพคล่องในตลาดปรับดีขึ้น ขณะเดียวกัน Ether ETF มีเงินไหลเข้าประมาณ 189 ล้านดอลลาร์ ในวันที่ 19 สิงหาคมตามข้อมูล SoSoValue ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 ก่อนเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 221 ล้านดอลลาร์ ในวันถัดมา ภาพรวมจึงสะท้อนว่าการปรับขึ้นของ ETH ในสัปดาห์นี้มีแรงสนับสนุนจากทั้งสภาพคล่องมหภาคและเงินทุนสถาบันผ่าน ETF
ข่าวสารสำคัญ:
Solana ลด Slot Time เหลือ 350 มิลลิวินาที เดินหน้าสู่เป้าหมาย 200 มิลลิวินาที
X ของ Elon Musk ศึกษาใช้ Stablecoin จ่ายค่าตอบแทน Creator และ Influencer
Zcash พุ่ง 48 เปอร์เซ็นต์ ทะลุ 800 ดอลลาร์ หลัง Grayscale เดินหน้า Spot ETF
ที่มา:
หมายเหตุ : บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นในทุกวันจันทร์ ดังนั้นบทความบางส่วนอาจจะมีความคลาดเคลื่อนของข้อมูลได้
Note: This analysis is conducted every Monday, so some parts of the article may contain inaccurate information
คำเตือน: คริปโทเคอร์เรนซี และโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
ขอบคุณที่ติดตามครับ
J.P Daniel
ประกาศและข่าวสารเหรียญต่าง ๆ
ลงทะเบียนอย่างปลอดภัยกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต


