ประจำสัปดาห์ 3 - 9 สิงหาคม 2026


Hashdex เตรียมปิดและชำระบัญชีกองทุน Spot Bitcoin ETF ชื่อ DEFI หลังวันที่ 17 สิงหาคม 2026 โดยกองทุนมีสินทรัพย์สุทธิเพียง 14.7 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือว่าน้อยที่สุดในตลาดสหรัฐฯ เมื่อเทียบกับ BTCW ของ WisdomTree ที่มีสินทรัพย์ 142.4 ล้านดอลลาร์ และ IBIT ของ BlackRock ที่มีสินทรัพย์สูงถึง 47.08 พันล้านดอลลาร์ การตัดสินใจดังกล่าวพิจารณาจากขนาดสินทรัพย์ สภาพคล่อง ต้นทุนในการดำเนินงาน และความสนใจของนักลงทุน หลังเงินลงทุนใน Bitcoin ETF ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม การปิด DEFI ไม่ได้สะท้อนว่าตลาด Spot Bitcoin ETF โดยรวมกำลังหดตัว เนื่องจากกองทุนทั้งหมดในสหรัฐฯ ยังมีสินทรัพย์สุทธิรวมประมาณ 77.6 พันล้านดอลลาร์ และมีเงินไหลเข้าสะสม 51.5 พันล้านดอลลาร์ โดยเงินส่วนใหญ่ยังคงกระจุกตัวอยู่ใน IBIT ของ BlackRock ซึ่งมีเงินไหลเข้าสะสมประมาณ 60.5 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่กระแสเงินลงทุนบางส่วนเริ่มหันไปหาสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งให้ผลตอบแทนสูงกว่าในช่วงที่ผ่านมา จึงสะท้อนถึงการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นระหว่าง Bitcoin ETF และสินทรัพย์เสี่ยงประเภทอื่น

BlackRock เปิดตัว Tokenized Share Class จำนวน 12 รายการ จากกองทุนตลาดเงิน 6 กองทุน ครอบคลุม 15 ตลาดในยุโรป และมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารรวมประมาณ 311 พันล้านดอลลาร์ โดยรองรับสกุลเงินปอนด์ ยูโร และดอลลาร์ กองทุนทั้งหมดอยู่ภายใต้กฎ UCITS ของสหภาพยุโรป และพัฒนาร่วมกับ JPMorgan ผ่านแพลตฟอร์ม Kinexys เพื่อให้นักลงทุนสามารถถือและโอนหน่วยลงทุนบนบล็อกเชนได้ ขณะที่ยังคงใช้กระบวนการลงทุนและการบริหารสภาพคล่องในรูปแบบเดิมของกองทุน
การขยายบริการครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของ Tokenization ในตลาดการเงินแบบดั้งเดิม โดยตลาดสินทรัพย์ Real World Asset แบบ Tokenized เติบโตมากกว่า 200 เปอร์เซ็นต์ในรอบ 1 ปี จนมีมูลค่ามากกว่า 30 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ Citi ประเมินว่ามูลค่าหลักทรัพย์ Tokenized อาจเพิ่มขึ้นแตะ 5.5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 โดย BlackRock มุ่งเน้นกลุ่มบริษัท ผู้จัดการสินทรัพย์ และนักลงทุนสถาบันที่ใช้ Money Market Fund สำหรับบริหารเงินสดและสภาพคล่องอยู่แล้ว

ข้อมูลกระแสเงินผ่านบริดจ์ระหว่างวันที่ 3 ถึง 9 สิงหาคม 2026 แสดงให้เห็นว่า Hyperliquid มีเงินไหลเข้าสุทธิประมาณ 450 ล้านดอลลาร์ สูงที่สุดในตลาด ตามด้วย Ethereum ราว 135 ล้านดอลลาร์ และ Robinhood Chain ราว 35 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Arbitrum มีเงินไหลออกสุทธิประมาณ 540 ล้านดอลลาร์ สูงที่สุดในกลุ่ม สะท้อนว่าสภาพคล่องในช่วงดังกล่าวมีการเคลื่อนเข้าสู่ Hyperliquid อย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับเครือข่ายอื่นในตลาด
กระแสเงินเข้าของ Hyperliquid สอดคล้องกับข้อมูลวันที่ 9 สิงหาคม ซึ่งระบุว่าแพลตฟอร์มมีปริมาณซื้อขาย Perpetual Futures ในช่วง 30 วันเกือบ 178,000 ล้านดอลลาร์ และมีสัดส่วนประมาณ 9 เปอร์เซ็นต์ ของ Open Interest ในตลาด Perpetual ทั่วโลก ขณะที่ตลาด Real World Asset Perpetual บนแพลตฟอร์มมี Open Interest ทำสถิติที่ 3,600 ล้านดอลลาร์ ด้าน Arbitrum แม้จะมีเงินไหลออกในระดับสูง แต่เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม Dinari เปิดให้ซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ ในรูปแบบโทเคนถึง 724 รายการ บน Ethereum, Arbitrum, Base และ Avalanche จึงสะท้อนว่ากระแสเงินไหลออกผ่านบริดจ์ในระยะสั้นยังไม่สามารถตีความได้โดยตรงว่าเป็นการลดลงของกิจกรรมหรือการพัฒนาในเครือข่าย Arbitrum ทั้งหมด

ดัชนี Crypto Fear & Greed Index เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ใช้ประเมินมุมมองและอารมณ์ของตลาดคริปโต โดยอ้างอิงคะแนนตั้งแต่ 0 ถึง 100 (0 หมายถึง ความกลัวสุดขีด หรือ Extreme Fear และ 100 หมายถึง ความโลภสุดขีด หรือ Extreme Greed)
ดัชนี Crypto Fear and Greed ระหว่างวันที่ 3 ถึง 9 สิงหาคม 2026 ปรับตัวจากประมาณ 27 จุด ขึ้นมาอยู่ที่บริเวณ 32 จุด แต่ยังคงอยู่ในโซน Fear โดยช่วงต้นสัปดาห์ตลาดถูกกดดันจากเหตุโจมตีกระเป๋า Coldcard ซึ่งสร้างความเสียหายประมาณ 1,367 BTC มูลค่าเกือบ 89 ล้านดอลลาร์ จากราว 4,585 ที่อยู่ ส่งผลให้ราคา Bitcoin ปรับตัวลงมาแตะประมาณ 62,800 ดอลลาร์ ในวันที่ 3 สิงหาคม และเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยตนเอง
ช่วงปลายสัปดาห์ความเชื่อมั่นเริ่มฟื้นตัว หลังข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ เดือนกรกฎาคมลดลง 23,000 ตำแหน่ง สวนทางกับที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 80,000 ตำแหน่ง ส่งผลให้โอกาสที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนลดลงเหลือประมาณ 44 เปอร์เซ็นต์ และ Bitcoin กลับมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 64,700 ดอลลาร์ ในวันที่ 7 สิงหาคม ขณะเดียวกัน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิถึง 853.54 ล้านดอลลาร์ ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 7 สิงหาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนเมษายน ปัจจัยดังกล่าวช่วยหนุนให้ดัชนีความเชื่อมั่นฟื้นขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 32 จุด ในวันที่ 9 สิงหาคม แม้ภาพรวมตลาดยังไม่กลับเข้าสู่โซน Neutral

ระหว่างวันที่ 3 ถึง 9 สิงหาคม 2026 กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิรวม 865.3 ล้านดอลลาร์ โดยมีเงินไหลเข้าทุกวันทำการตลอดสัปดาห์ และสูงสุดในวันที่ 5 สิงหาคมที่ 244.4 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ IBIT ของ BlackRock มีเงินไหลเข้าสุทธิรวมประมาณ 693.5 ล้านดอลลาร์ สูงที่สุดในกลุ่ม ตามด้วย FBTC ของ Fidelity ที่ 116.5 ล้านดอลลาร์ กระแสเงินจาก ETF มีส่วนช่วยให้ Bitcoin เคลื่อนไหวรักษาระดับบริเวณ 63,000 ถึง 64,000 ดอลลาร์ แม้ราคายังไม่สามารถผ่านแนวต้านบริเวณ 66,000 ถึง 66,600 ดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน
แรงซื้อจาก ETF เกิดขึ้นพร้อมกับความคาดหวังต่อนโยบายดอกเบี้ยที่ผ่อนคลายลงในช่วงปลายสัปดาห์ หลังข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ เดือนกรกฎาคมระบุว่าการจ้างงานลดลง 23,000 ตำแหน่ง และอัตราว่างงานอยู่ที่ 4.1 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้ตลาดลดความเป็นไปได้ที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน แม้ Bitcoin จะยังเคลื่อนไหวใกล้ 64,300 ดอลลาร์ ในวันที่ 7 สิงหาคม แต่การที่ ETF มีเงินไหลเข้าอย่างต่อเนื่องตลอดสัปดาห์สะท้อนว่าแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยรองรับราคา ขณะที่ตลาดยังเผชิญความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงิน

ระหว่างวันที่ 3 ถึง 7 สิงหาคม 2026 กองทุน Spot Ethereum ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิรวม 243.7 ล้านดอลลาร์ แม้วันที่ 3 สิงหาคมจะมีเงินไหลออก 11.9 ล้านดอลลาร์ แต่หลังจากนั้นกระแสเงินกลับมาเป็นบวกต่อเนื่อง 4 วัน โดยมีเงินไหลเข้า 53.1 ล้านดอลลาร์ 60.8 ล้านดอลลาร์ 92.1 ล้านดอลลาร์ และ 49.6 ล้านดอลลาร์ ตามลำดับ แรงซื้อส่วนใหญ่ยังคงกระจุกตัวอยู่ใน ETHA ของ BlackRock ซึ่งมีเงินไหลเข้าสุทธิรวมประมาณ 203 ล้านดอลลาร์ หรือมากกว่า 83 เปอร์เซ็นต์ ของเงินไหลเข้าทั้งสัปดาห์ สะท้อนว่าแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันยังคงมุ่งไปยังกองทุนรายใหญ่ ขณะที่ราคา Ether เริ่มต้นสัปดาห์บริเวณ 1,842 ดอลลาร์
กระแสเงินเข้าสู่ ETF เกิดขึ้นพร้อมกับการเพิ่มการถือครอง Ether ของภาคธุรกิจ โดยวันที่ 3 สิงหาคม BitMine ซื้อเพิ่ม 10,399 ETH มูลค่าประมาณ 19.1 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้บริษัทถือครองเกือบ 5.8 ล้าน ETH หรือประมาณ 4.8 เปอร์เซ็นต์ ของอุปทานหมุนเวียนทั้งหมด ขณะเดียวกัน BlackRock เปิดตัว BSTBL ซึ่งเป็นกองทุนตลาดเงินในรูปแบบ Tokenized Share Class บน Ethereum ปัจจัยเหล่านี้สะท้อนว่าความต้องการ Ethereum จากสถาบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการลงทุนผ่าน ETF แต่ยังขยายไปสู่การถือครองในงบดุล รวมถึงการนำเครือข่าย Ethereum มาใช้กับผลิตภัณฑ์ทางการเงินในรูปแบบ Onchain มากขึ้น
ข่าวสารสำคัญ:
สหรัฐฯ สูญเสียงาน 23,000 ตำแหน่ง กดโอกาส Fed ขึ้นดอกเบี้ยต่ำกว่า 50 เปอร์เซ็นต์
Bitcoin ฟื้นใกล้ 64,000 ดอลลาร์ หลังแรงกดดันจาก Coldcard Hack และแรงขายของ Strategy คลี่คลาย
BNY เตรียมเพิ่มบริการ Crypto Staking จับมือนำ Galaxy เสริมแพลตฟอร์ม Custody สำหรับสถาบัน
ที่มา:
หมายเหตุ : บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นในทุกวันจันทร์ ดังนั้นบทความบางส่วนอาจจะมีความคลาดเคลื่อนของข้อมูลได้
Note: This analysis is conducted every Monday, so some parts of the article may contain inaccurate information
คำเตือน: คริปโทเคอร์เรนซี และโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
ขอบคุณที่ติดตามครับ
J.P Daniel
ประกาศและข่าวสารเหรียญต่าง ๆ
ประกาศและข่าวสารเหรียญต่าง ๆ
ลงทะเบียนอย่างปลอดภัยกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต


