
ประจำสัปดาห์ 29 มิถุนายน - 05 กรกฎาคม 2026
_progressive.jpg)

สหภาพยุโรปเริ่มบังคับใช้กฎ Markets in Crypto-Assets (MiCA) อย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 ส่งผลให้ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลที่ให้บริการแก่ลูกค้าใน 27 ประเทศสมาชิกต้องได้รับใบอนุญาตตามกฎหมาย มิฉะนั้นจะไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อได้ ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าจำนวนผู้ให้บริการคริปโตที่ได้รับอนุญาตในยุโรปอาจลดลงจากประมาณ 3,000 ราย เหลือเพียง 300–400 ราย แม้กรอบกฎหมายดังกล่าวจะช่วยยกระดับมาตรฐานด้านความโปร่งใส การบริหารความเสี่ยง และการคุ้มครองผู้บริโภคให้มีความชัดเจนมากขึ้น แต่ต้นทุนด้านกฎหมาย เงินทุน และการปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เพิ่มขึ้น อาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับผู้ประกอบการรายเล็กและสตาร์ทอัพในการแข่งขันกับผู้เล่นรายใหญ่
อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจคือความเท่าเทียมในการบังคับใช้กฎหมาย เนื่องจากผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตต้องใช้เวลาและทรัพยากรจำนวนมากในการเตรียมความพร้อม ขณะที่แพลตฟอร์มนอกสหภาพยุโรปบางแห่งอาจยังสามารถเข้าถึงลูกค้าในภูมิภาคได้ หากหน่วยงานกำกับดูแลไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ย่อมส่งผลให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม การบังคับใช้ MiCA ถือเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในยุโรป ที่ช่วยสร้างความชัดเจนด้านกฎระเบียบ และเปิดทางให้ธนาคารรวมถึงสถาบันการเงินเข้ามามีบทบาทในตลาดคริปโตมากขึ้น ภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งภูมิภาค

ตลาดคริปโตฟื้นตัวหลัง Kevin Warsh ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ระบุว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อเริ่มลดลง แม้ยังคงย้ำเป้าหมายในการผลักดันอัตราเงินเฟ้อกลับสู่ระดับ 2% ความเห็นดังกล่าวช่วยหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุน ส่งผลให้ Bitcoin ฟื้นตัวจากแรงขายในช่วงก่อนหน้าและกลับมายืนเหนือระดับ 60,700 ดอลลาร์ได้เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1 สัปดาห์ ขณะที่ Ether ปรับตัวขึ้นราว 3% มาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 1,630 ดอลลาร์ ส่วน Solana เพิ่มขึ้นประมาณ 4% แตะระดับ 78 ดอลลาร์ และให้ผลตอบแทนสะสมราว 16% ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นเอเชียเผชิญแรงขายในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และ AI โดยดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ปรับตัวลงเกือบ 7% หุ้น Samsung Electronics และ SK Hynix ลดลงมากกว่า 6% ส่วน Kioxia ของญี่ปุ่นร่วงถึง 13% จากความกังวลว่าการลงทุนในธุรกิจ AI อาจขยายตัวเร็วกว่าความต้องการที่แท้จริง ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนการหมุนเวียนของเม็ดเงินลงทุน ซึ่งเปิดโอกาสให้สินทรัพย์อย่าง Bitcoin และคริปโตเคอร์เรนซีได้รับความสนใจมากขึ้น แม้ทิศทางของตลาดในระยะถัดไปยังคงขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านเงินเฟ้อ นโยบายอัตราดอกเบี้ยของ Fed และการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างตลาดสินทรัพย์เสี่ยงต่าง ๆ

ข้อมูลกระแสเงินสุทธิในรอบ 1 เดือนแสดงให้เห็นว่า Hyperliquid มีเงินไหลเข้าสูงถึงประมาณ 1.55 พันล้านดอลลาร์ ทิ้งห่าง Polygon PoS ที่มีเงินไหลเข้าราว 150 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Ethereum และ OP Mainnet มีเงินไหลเข้าประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ต่อเครือข่าย ความโดดเด่นดังกล่าวสอดคล้องกับภาวะตลาดในวันที่ 3 กรกฎาคม 2026 เมื่อโทเค็น HYPE ปรับตัวขึ้นราว 6–7% ขณะที่ Bitcoin ยืนเหนือระดับ 62,000 ดอลลาร์ และดัชนี CoinDesk 20 เพิ่มขึ้น 1.7% สะท้อนว่าเมื่อความเชื่อมั่นของตลาดเริ่มฟื้นตัว เงินทุนบางส่วนเลือกไหลเข้าสู่แพลตฟอร์มที่มีสภาพคล่องบนเชนและกิจกรรมการซื้อขายอนุพันธ์ที่แข็งแกร่ง มากกว่าการกระจายเข้าสู่ทุกเครือข่ายพร้อมกัน
ในอีกด้านหนึ่ง Arbitrum มีเงินไหลออกสูงสุดประมาณ 1.65 พันล้านดอลลาร์ ตามด้วย Ethereum ที่ราว 530 ล้านดอลลาร์ และ Base ที่ประมาณ 160 ล้านดอลลาร์ แม้ในวันที่ 1 กรกฎาคม Robinhood จะเปิดใช้งาน Robinhood Chain บนเมนเน็ต ซึ่งพัฒนาบนเทคโนโลยีของ Arbitrum และรองรับการซื้อขายหุ้นโทเคนตลอด 24 ชั่วโมง แต่ปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวยังไม่สามารถชะลอการไหลออกของสภาพคล่องจาก Arbitrum ได้ในทันที ภาพรวมจึงสะท้อนว่าตลาดยังคงให้น้ำหนักกับเครือข่ายที่สามารถดึงดูดกิจกรรมและเม็ดเงินเข้าสู่ระบบนิเวศได้จริงในปัจจุบัน มากกว่าปัจจัยเชิงบวกจากการพัฒนาที่ต้องอาศัยเวลาในการพิสูจน์ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจในระยะยาว

ดัชนี Crypto Fear & Greed Index เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ใช้ประเมินมุมมองและอารมณ์ของตลาดคริปโต โดยอ้างอิงคะแนนตั้งแต่ 0 ถึง 100 (0 หมายถึง ความกลัวสุดขีด หรือ Extreme Fear และ 100 หมายถึง ความโลภสุดขีด หรือ Extreme Greed)
ดัชนี Crypto Fear and Greed ปรับลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 10 จุดในวันที่ 1 กรกฎาคม 2026 ซึ่งเป็นระดับ Extreme Fear สอดคล้องกับราคา Bitcoin ที่ร่วงลงแตะ 57,700 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2024 ก่อนจะฟื้นตัวกลับขึ้นมาเคลื่อนไหวบริเวณ 58,800 ดอลลาร์ ขณะเดียวกัน ตลาดคริปโตเผชิญการชำระบัญชีของสถานะ Futures มูลค่ารวมประมาณ 395 ล้านดอลลาร์ และนักลงทุนในตลาดออปชันเริ่มเพิ่มการเดิมพันว่า Bitcoin อาจปรับตัวลงสู่ระดับ 50,000 ดอลลาร์ สะท้อนว่าความเชื่อมั่นในช่วงต้นสัปดาห์ยังคงเปราะบาง และนักลงทุนส่วนใหญ่ให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านขาลงมากกว่าการฟื้นตัวของตลาด
บรรยากาศการลงทุนเริ่มเปลี่ยนแปลงในวันที่ 2 กรกฎาคม หลัง Kevin Warsh ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ระบุว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อเริ่มลดลง ส่งผลให้ราคา Bitcoin ปรับตัวขึ้นราว 4.1% และกลับมายืนเหนือระดับ 61,000 ดอลลาร์ ก่อนขยับขึ้นแตะ 62,170 ดอลลาร์ในวันที่ 3 กรกฎาคม พร้อมผลักดันดัชนี Crypto Fear and Greed ให้ฟื้นตัวขึ้นเหนือ 20 จุด และเข้าใกล้ระดับ 24 จุดในวันที่ 5 กรกฎาคม ขณะที่ดัชนี CoinDesk 20 ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตลอด 3 วัน รวม 7.36% ภาพรวมจึงสะท้อนว่าความกังวลของตลาดเริ่มคลี่คลายจากระดับรุนแรง แม้การฟื้นตัวจะยังต้องอาศัยแรงซื้อที่ต่อเนื่องและการยืนเหนือระดับสำคัญของ Bitcoin เพื่อยืนยันแนวโน้มในระยะถัดไป

กองทุน Spot Bitcoin ETF สหรัฐฯ มีเงินไหลออกสุทธิรวม 526.1 ล้านดอลลาร์ ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายนถึง 2 กรกฎาคม 2026 โดยในช่วง 3 วันแรกมีเงินไหลออกต่อเนื่องรวม 749.6 ล้านดอลลาร์ และวันที่ 1 กรกฎาคมเป็นวันที่มียอดไหลออกสูงสุดที่ 296 ล้านดอลลาร์ แรงขายส่วนใหญ่มาจากกองทุน IBIT ของ BlackRock ซึ่งมีเงินไหลออกสะสมถึง 772.6 ล้านดอลลาร์ สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันยังคงลดความเสี่ยง หลัง Bitcoin เผชิญแรงกดดันจากการปิดครึ่งปีแรกด้วยผลตอบแทนที่อ่อนตัว และราคาปรับลดลงเข้าใกล้ระดับ 57,000 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม กระแสเงินทุนพลิกกลับมาเป็นบวกในวันที่ 2 กรกฎาคม ด้วยเงินไหลเข้าสุทธิ 223.5 ล้านดอลลาร์ นำโดย FBTC ของ Fidelity ที่ 166 ล้านดอลลาร์ และ ARKB ที่ 91.8 ล้านดอลลาร์ หลัง Kevin Warsh ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ระบุว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อเริ่มลดลง ประกอบกับตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเพียง 52,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 110,000 ตำแหน่ง ส่งผลให้ Bitcoin ฟื้นตัวกลับมายืนเหนือระดับ 62,000 ดอลลาร์ได้เป็นครั้งแรกในรอบประมาณ 10 วัน แม้ภาพรวมทั้งสัปดาห์ยังคงเป็นเงินไหลออกสุทธิ แต่การกลับมาของแรงซื้อในวันสุดท้ายสะท้อนว่าแรงขายจากนักลงทุนสถาบันอาจเริ่มชะลอลง หากปัจจัยด้านนโยบายการเงินเอื้ออำนวยและกระแสเงินไหลเข้ายังคงต่อเนื่องในระยะถัดไป

กองทุน Spot Ethereum ETF สหรัฐฯ มีเงินไหลออกสุทธิรวม 13.7 ล้านดอลลาร์ตลอด 4 วันทำการ ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายนถึง 2 กรกฎาคม 2026 โดยวันที่ 29 และ 30 มิถุนายน มีเงินไหลออก 29.9 ล้านดอลลาร์ และ 27.6 ล้านดอลลาร์ตามลำดับ ก่อนที่ทิศทางจะพลิกกลับมาเป็นเงินไหลเข้า 14.8 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 1 กรกฎาคม และเพิ่มเป็น 29 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 2 กรกฎาคม ขณะที่กองทุน ETHA ของ BlackRock มีเงินไหลเข้าสุทธิรวม 44.6 ล้านดอลลาร์ ส่วน ETHB มีเงินไหลออก 39.2 ล้านดอลลาร์ สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันยังไม่ได้กลับเข้าตลาดพร้อมกันทั้งหมด แต่เริ่มเห็นแรงซื้อกลับในบางกองทุนหลังราคา Ether ปรับตัวอ่อนลง
ความเชื่อมั่นในช่วงต้นสัปดาห์ถูกกดดัน หลัง Citi ปรับลดราคาเป้าหมายของ Ether ในระยะ 12 เดือนจาก 3,175 ดอลลาร์ เหลือ 2,240 ดอลลาร์ พร้อมคาดว่ากองทุนคริปโตอาจไม่มีเงินไหลเข้าสุทธิในปีถัดไป โดยในช่วงเวลาดังกล่าว Ether เคลื่อนไหวใกล้ระดับ 1,570 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการลงทุนเริ่มฟื้นตัว หลัง Kevin Warsh ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ระบุว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อลดลง ส่งผลให้ราคา Ether ปรับขึ้นราว 3% มาอยู่ใกล้ 1,630 ดอลลาร์ในวันที่ 2 กรกฎาคม และสามารถยืนเหนือระดับ 1,700 ดอลลาร์ได้ในวันถัดมา การกลับมาของกระแสเงินใน ETF จึงสะท้อนสัญญาณเชิงบวกในระยะเริ่มต้น แม้ภาพรวมยังต้องอาศัยการไหลเข้าของเงินทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อยืนยันการฟื้นตัวของแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันอย่างชัดเจน
ข่าวสารสำคัญ:
Robinhood เปิด Public Mainnet ดันหุ้นโทเคนซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมงในกว่า 120 ประเทศ
Aave คึกคัก กระเป๋าใหม่พุ่ง 1,806 ใบในวันเดียว สูงสุดในรอบเกือบ 5 ปี
Bitcoin ETF รับเงินเข้า 221.7 ล้านดอลลาร์ ยุติสถิติไหลออกต่อเนื่อง 10 วัน
ที่มา:
https://www.theblock.co/post/406918/robinhood-chain-goes-live-mainnet-alongside-24-7-tokenized-stocks-lighter-perps-planned-crypto-agentic-trading
https://www.coindesk.com/markets/2026/07/02/bitcoin-zooms-above-usd61-000-as-inflation-fears-soften
หมายเหตุ : บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นในทุกวันจันทร์ ดังนั้นบทความบางส่วนอาจจะมีความคลาดเคลื่อนของข้อมูลได้
Note: This analysis is conducted every Monday, so some parts of the article may contain inaccurate information
คำเตือน: คริปโทเคอร์เรนซี และโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
ขอบคุณที่ติดตามครับ
J.P Daniel
ประกาศและข่าวสารเหรียญต่าง ๆ
ลงทะเบียนอย่างปลอดภัยกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต


