ประเภทคำสั่งซื้อขายคริปโต
เรียนรู้ประเภทคำสั่งซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลบนแมกซ์บิทครบทุกรูปแบบ ทั้ง Market Order, Limit Order, Stop Quick Order, Stop Limit Order, Trailing Stop, DCA และ Grid Trading เพื่อเทรดอย่างมีกลยุทธ์และเพิ่มโอกาสทำกำไร
คำสั่งซื้อขายคริปโตคืออะไร?
คำสั่งซื้อขายคือคำสั่งที่คุณส่งไปยังกระดานเทรดสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อซื้อหรือขายเหรียญคริปโตตามเงื่อนไขที่กำหนด คำสั่งแต่ละประเภทช่วยให้คุณควบคุมราคา จังหวะเวลา และกลยุทธ์การเทรดได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
การทำความเข้าใจประเภทคำสั่งซื้อขายเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการเทรดคริปโตที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มซื้อ Bitcoin เหรียญแรก หรือเทรดเดอร์มืออาชีพที่บริหารพอร์ตขนาดใหญ่ การเลือกคำสั่งที่ถูกต้องสามารถสร้างความแตกต่างให้ผลลัพธ์การเทรดของคุณได้อย่างมาก
Maxbit มีคำสั่งซื้อขาย 7 ประเภทหลัก ได้แก่ Quick Order (Market Order), Limit Order, Stop Market Order, Stop-Limit Order, Trailing Stop Order, Auto DCA (ถัวเฉลี่ยต้นทุน) และ Grid Trading (Bot Trade) แต่ละประเภทออกแบบมาเพื่อรองรับเป้าหมายและกลยุทธ์ที่แตกต่างกัน
ซื้อหรือขายคริปโตทันทีในราคาตลาดที่ดีที่สุด ณ ขณะนั้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความรวดเร็ว
คำสั่งซื้อขายทันที Quick Order ทำงานอย่างไร?
เมื่อคุณส่งคำสั่งซื้อขาย Quick Order แมกซ์บิท จะดำเนินการคำสั่งของคุณในราคาตลาดที่ดีที่สุด ณ ขณะนั้น เช่น หาก Bitcoin อยู่ที่ 2,180,000 บาท คำสั่งจะถูกดำเนินการใกล้เคียงราคานี้ แต่ราคาสุดท้ายอาจแตกต่างเล็กน้อยขึ้นอยู่กับสภาพคล่อง การเคลื่อนไหวของราคา และค่า Slippage Tolerance ที่คุณตั้งไว้ ซึ่งปกติอยู่ระหว่าง 0.5% ถึง 1% ขึ้นอยู่กับสินทรัพย์นั้นๆ
คำสั่งซื้อขาย Quick Order เน้นความเร็วและราคาที่ดีที่สุด ในฐานะนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. Maxbit จะส่งคำสั่งของคุณไปยังผู้ให้บริการสภาพคล่องที่ได้มตราฐานระดับโลก เพื่อหาราคาดำเนินการที่ดีที่สุดให้คุณ ในฐานะตัวแทนของคุณ ไม่ใช่คู่สัญญา ทำให้คุณได้ราคาที่แข่งขันได้โดยไม่ต้องจัดการ Limit Order ด้วยตัวเอง
ตัวอย่าง: คำสั่งซื้อขาย Quick Order
- จำนวน (บาท):
- 1,090,000 THB
- จำนวน (BTC):
- 0.5 BTC
- ประเภทคำสั่ง:
- Quick Buy
- การดำเนินการ:
- Best Price
*ราคาสุดท้ายอาจเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยตามสภาวะตลาด ณ เวลาดำเนินการ
ควรใช้คำสั่งซื้อขาย Quick Order เมื่อไหร่?
- check_circleต้องการซื้อหรือขายทันทีในราคาที่ดีที่สุด
- check_circleราคากำลังเคลื่อนไหวเร็ว จังหวะเวลาเป็นสิ่งสำคัญ
- check_circleเทรดคริปโตที่มีสภาพคล่องสูง เช่น BTC หรือ ETH
- check_circleต้องการความเรียบง่าย ไม่ต้องกำหนดราคาเอง
check_circleข้อดี
- ดำเนินการรวดเร็วในราคาที่ดีที่สุด
- ใช้งานง่าย ไม่ต้องตั้งราคาเป้าหมาย
- Maxbit หาราคาจากผู้ให้บริการสภาพคล่องที่ดีที่สุดให้คุณ
- เหมาะกับสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง เช่น BTC หรือ ETH
warningข้อควรระวัง
- ราคาสุดท้ายอาจแตกต่างจากราคาที่เสนอเริ่มต้น
- ราคาอาจเปลี่ยนแปลงในช่วงตลาดผันผวนสูง
- อาจไม่เหมาะสำหรับคำสั่งขนาดใหญ่มาก
- ไม่สามารถกำหนดราคาเป้าหมายเจาะจงได้
ซื้อหรือขายคริปโตเฉพาะในราคาที่คุณกำหนดไว้เท่านั้น
คำสั่ง Limit Order ทำงานอย่างไร?
คำสั่ง Limit Order ช่วยให้คุณกำหนดราคาซื้อหรือขายที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ คำสั่งจะดำเนินการเมื่อราคาตลาดถึงระดับที่คุณกำหนดเท่านั้น เช่น หาก Bitcoin อยู่ที่ 2,180,000 และคุณวางคำสั่งซื้อ Limit ที่ 2,150,000 คำสั่งจะดำเนินการก็ต่อเมื่อราคาลดลงถึง 2,150,000 หรือต่ำกว่า
คำสั่ง Limit Order ให้คุณควบคุมราคาได้แต่ไม่รับประกันว่าจะดำเนินการ คำสั่งจะรออยู่ในสมุดคำสั่งจนกว่าราคาตลาดจะถึงราคา Limit ของคุณ หรือจนกว่าคุณจะยกเลิก
ตัวอย่าง: คำสั่งซื้อ Limit
- ราคา Limit ของคุณ:
- 2,150,000
- จำนวน:
- 0.5 BTC
- ประเภทคำสั่ง:
- Limit Order
- สถานะ:
- รอราคา 2,150,000
ควรใช้คำสั่ง Limit Order เมื่อไหร่?
- check_circleต้องการซื้อในราคาต่ำกว่า หรือขายในราคาสูงกว่าตลาด
- check_circleไม่รีบ ยินดีรอราคาเป้าหมายของคุณ
- check_circleต้องการหลีกเลี่ยง Slippage ในคำสั่งขนาดใหญ่
- check_circleวางกลยุทธ์การเทรดอัตโนมัติล่วงหน้า
- check_circleจับจังหวะราคาลดหรือราคาพีคขณะไม่ได้อยู่หน้าจอ
check_circleข้อดี
- ควบคุมราคาได้เต็มที่ คุณกำหนดราคาเอง
- ได้ราคาดีกว่าคำสั่ง Market Order
- ลด Slippage ในคำสั่งขนาดใหญ่
- ตั้งแล้วลืม คำสั่งรอราคาของคุณเอง
warningข้อควรระวัง
- ไม่รับประกันการดำเนินการ ราคาอาจไม่ถึงระดับที่กำหนด
- อาจพลาดโอกาสหากตลาดเคลื่อนไหวออกห่าง
- ต้องติดตามและปรับราคาหากจำเป็น
- อาจดำเนินการได้เพียงบางส่วน (Partial Fill)
เรียกคำสั่งซื้อขายอัตโนมัติเมื่อราคาตลาดถึงราคา Stop ที่คุณกำหนด
ออกแบบมาเพื่อดำเนินการอย่างรวดเร็ว ใช้ได้ทั้งป้องกันขาดทุนและเข้าซื้อตามราคาเป้าหมาย
คำสั่ง Stop Quick Order ทำงานอย่างไร?
คำสั่ง Stop Quick Order ช่วยให้คุณตั้งราคา Stop ไว้ล่วงหน้า เมื่อราคาตลาดถึงระดับที่กำหนด Maxbit จะส่งคำสั่งซื้อขายโดยอัตโนมัติเพื่อดำเนินการให้เร็วที่สุดในราคาตลาดปัจจุบัน คำสั่งประเภทนี้เหมาะเมื่อความเร็วสำคัญกว่าการควบคุมราคา ช่วยให้คุณตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวของตลาดได้ทันทีโดยไม่ต้องวางคำสั่งด้วยตัวเอง
ตัวอย่างเช่น หาก BTC เทรดอยู่ที่ 2,200,000 บาท และคุณต้องการจำกัดความเสี่ยงขาลง คุณสามารถตั้งคำสั่ง Stop Quick Sell ที่ 2,100,000 บาท หากราคาลดลงถึง 2,100,000 ระบบจะเรียกคำสั่งอัตโนมัติและขายในราคาตลาดที่ดีที่สุด
ตัวอย่าง: คำสั่ง Stop Quick Order
- ซื้อ BTC ที่ราคา:
- 2,180,000
- ราคาปัจจุบัน:
- 2,200,000
- ราคา Stop ของคุณ:
- 2,100,000
- ขาดทุนสูงสุด:
- 80,000 (-3.7%)
ควรใช้คำสั่ง Stop Quick Order เมื่อไหร่?
- check_circleปกป้องกำไร ล็อกผลตอบแทนหากราคากลับตัว
- check_circleจำกัดการขาดทุน ออกจากตำแหน่งก่อนที่การขาดทุนจะเพิ่มขึ้น
- check_circleบริหารความเสี่ยง ตัดขาดทุนอัตโนมัติ
- check_circleใช้ระบบป้องกันอัตโนมัติเมื่อไม่สามารถติดตามตลาดได้ตลอด 24/7
- check_circleตอบสนองรวดเร็วในตลาดผันผวนสูงที่ต้องดำเนินการทันที
check_circleข้อดี
- บริหารความเสี่ยงอัตโนมัติตลอด 24 ชั่วโมง
- ลดการตัดสินใจตามอารมณ์เมื่อตลาดเคลื่อนไหวรุนแรง
- จำกัดการขาดทุนสูงสุดในแต่ละการเทรด
- เหมาะสำหรับกลยุทธ์การเทรดแบบมืออาชีพ
warningข้อควรระวัง
- อาจถูกเรียกจากราคาที่ลดลงชั่วคราวในระยะสั้น
- ราคาดำเนินการไม่รับประกัน
- คำสั่งอาจดำเนินการในราคาที่ต่างจากที่คาดไว้ในตลาดผันผวน
- อาจเกิด Slippage ในช่วงราคาเคลื่อนไหวเร็ว
เรียกคำสั่ง Limit Order อัตโนมัติเมื่อราคาถึง Stop Price ที่กำหนด
เหมาะสำหรับการเข้าและออกจากตำแหน่งอย่างแม่นยำพร้อมควบคุมราคาดำเนินการ
คำสั่ง Stop Limit Order ทำงานอย่างไร?
คำสั่ง Stop Limit Order รวม Stop Trigger เข้ากับ Limit Order เพื่อให้คุณควบคุมได้ทั้งจังหวะเปิดคำสั่งและราคาที่ต้องการ
คุณตั้งราคา 2 ระดับ:
- Stop Price — ราคาที่เรียกให้คำสั่งทำงาน
- Limit Price — ราคาที่คำสั่ง Limit จะถูกวางในสมุดคำสั่ง
เมื่อตลาดถึงราคา “Stop” Maxbit จะส่ง Limit Order ที่ราคา “Limit” ของคุณโดยอัตโนมัติ คำสั่งจะดำเนินการเฉพาะในราคานี้หรือดีกว่า ทำให้คุณควบคุมราคาได้แม่นยำยิ่งขึ้น
ตัวอย่างเช่น คุณซื้อ Bitcoin ที่ 2,000,000 บาท และต้องการจำกัดการขาดทุนโดยไม่ขายต่ำเกินไป คุณสามารถตั้ง Stop Limit Sell โดยกำหนดราคา Stop ที่ 1,900,000 และราคา Limit ที่ 1,880,000 หากตลาดลดลงถึง 1,900,000 Maxbit จะส่ง Limit Sell ที่ 1,880,000 คำสั่งจะดำเนินการเมื่อราคามาถึงจุดที่ตั้งค่าไว้
ตัวอย่าง: Stop Limit Sell (ป้องกันขาดทุน)
- ซื้อ BTC ที่ราคา:
- 2,000,000
- ราคาปัจจุบัน:
- 1,950,000
- Stop price:
- 1,900,000
- Limit price:
- 1,880,000
ตัวอย่าง: Stop Limit Buy (เข้าซื้อเมื่อ Breakout)
- ซื้อ BTC ที่ราคา:
- 1,950,000
- แนวต้าน:
- 2,000,000
- Stop price:
- 2,000,000
- Limit price:
- 2,010,000
ควรใช้คำสั่ง Stop Limit เมื่อไหร่?
- check_circleเทรด Breakout: เปิดสถานะเมื่อราคาทะลุแนวรับ-แนวต้านสำคัญ พร้อมจำกัดราคาซื้อสูงสุด
- check_circleStop-Loss แบบควบคุมราคา: ออกจากตำแหน่งเมื่อถึงจุดเสี่ยง แต่หลีกเลี่ยงการขายต่ำกว่าราคาขั้นต่ำที่กำหนด
- check_circleตลาด Sideway: เหมาะเมื่อราคาไม่ผันผวนรุนแรงและมีสภาพคล่องเพียงพอที่จะดำเนินการ Limit Order
- check_circleวางแผนการเข้า-ออกล่วงหน้า: เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการกำหนดทั้งราคา Trigger และราคาดำเนินการโดยไม่ต้องเฝ้าตลาดตลอด
check_circleข้อดี
- ควบคุมราคาได้แม่นยำผ่านราคา Limit
- หลีกเลี่ยงการดำเนินการในราคาที่ไม่พึงประสงค์ช่วงตลาดพุ่งหรือร่วงแรง
- รองรับกลยุทธ์ขั้นสูง เช่น Breakout Entry และ Stop-Loss แบบมีระดับ
- เหมาะกับแผนเทรดที่มีวินัย ลดการตัดสินใจตามอารมณ์
warningข้อควรระวัง
- คำสั่งอาจไม่ดำเนินการหากตลาดเคลื่อนผ่านราคา Limit อย่างรวดเร็ว
- ในตลาดที่เคลื่อนไหวเร็วหรือสภาพคล่องต่ำ อาจพลาดจุดเข้าหรือออก
- ต้องเลือกราคา Stop และ Limit อย่างรอบคอบ
- ไม่เหมาะเมื่อต้องการให้คำสั่งดำเนินการแน่นอน (ไม่ว่าราคาใด)
ปรับจุดหยุดขาดทุนของคุณโดยอัตโนมัติให้เลื่อนตามราคาตลาดเมื่อราคาเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่เป็นประโยชน์ต่อคุณ
และส่งคำสั่งเมื่อราคากลับตัวตามเปอร์เซ็นต์ที่คุณกำหนดรองรับทั้งคำสั่งแบบ Limit และ Market
คำสั่ง Trailing Stop ทำงานอย่างไร?
Trailing Stop Order คือคำสั่งหยุดขาดทุนแบบไดนามิกที่ “ตาม” ราคาตลาดด้วยเปอร์เซ็นต์หรือจำนวนเงินที่กำหนดไว้ (Trailing Delta) แทนที่จะใช้จุดหยุดคงที่ ระบบจะดูว่าราคาตลาดเคลื่อนไปได้ไกลแค่ไหนในทิศทางที่มีประโยชน์ต่อคุณ แล้วเลื่อนจุด Trigger ตามไป Trailing Delta: ระยะห่างเป็นเปอร์เซ็นต์ (%) หรือจำนวนเงินที่ตั้งไว้ระหว่างราคาตลาดสูงสุด/ต่ำสุด กับราคาที่จะ Trigger คำสั่ง Order Type: บน Maxbit คุณสามารถเลือกส่งคำสั่งแบบ Limit หรือ Market เมื่อ Trailing Stop ถูก Trigger โดยระบบจะส่งคำสั่งตามประเภทที่คุณเลือก
เมื่อราคาขยับไปในทิศทางที่คุณต้องการ Trailing Stop ของคุณจะเลื่อนตามราคาไปเรื่อย ๆ แต่จะไม่ขยับย้อนกลับ หากราคากลับตัวเกินค่า Trailing Delta คำสั่งจะถูก Trigger และ Maxbit จะส่งคำสั่งที่คุณเลือก (Limit หรือ Market) เพื่อเปิด/ปิดตำแหน่ง
ตัวอย่าง: Trailing Stop Sell with Limit Order
ใช้กรณีที่คุณต้องการล็อกกำไรจากการถือ BTC และยังเปิดโอกาสให้ราคามีโอกาสขึ้นต่อ โดยคำสั่งจะเริ่มทำงานทันที และตามราคาสูงสุดที่เกิดขึ้นหลังวางคำสั่ง
- Side:
- Sell
- Trailing Delta:
- 5%
- Order Type:
- Limit
- Limit Price:
- 110,000 THB
- Quantity:
- 0.1 BTC
ตัวอย่าง: Trailing Stop Sell with Market Order
ใช้กรณีที่คุณต้องการให้ระบบขายทันทีเมื่อราคากลับตัว โดยไม่ต้องกำหนดราคาขายตายตัว ระบบจะเริ่มทำงานทันที และติดตามราคาสูงสุดที่เกิดขึ้นหลังเปิดคำสั่ง
- Side:
- Sell
- Trailing Delta:
- 5%
- Order Type:
- Market
- Quantity:
- 0.1 BTC
ตัวอย่าง: Trailing Stop Buy with Limit Order
ใช้กรณีที่คุณต้องการซื้อ BTC หลังจากราคาลงและเริ่มฟื้นตัว เพื่อยืนยันว่าราคาหยุดลงก่อนเข้าซื้อคำสั่งจะเริ่มทำงานทันทีและติดตามราคาต่ำสุดที่เกิดขึ้นหลังเปิดคำสั่ง
- Side:
- Buy
- Trailing Delta:
- 5%
- Order Type:
- Limit
- Limit Price:
- 90,000 THB
- Quantity:
- 0.1 BTC
ตัวอย่าง: Trailing Stop Buy with Market Order
ใช้กรณีที่คุณต้องการเข้าซื้อทันทีเมื่อเห็นสัญญาณว่าราคาเริ่มกลับตัวขึ้นจากจุดต่ำสุด โดยไม่กำหนดราคาซื้อคงที่ คำสั่งจะทำงานทันทีและติดตามราคาต่ำสุดหลังเปิดคำสั่ง
- Side:
- Buy
- Trailing Delta:
- 5%
- Order Type:
- Market
- Quantity:
- 0.1 BTC
check_circleข้อดี
- ช่วยป้องกันกำไรโดยอัตโนมัติเมื่อราคาขยับไปในทิศทางที่คุณต้องการ
- ใช้ในการบริหารความเสี่ยงแบบอัตโนมัติ แม้ในช่วงที่ตลาดผันผวน
- เหมาะกับกลยุทธ์ตามเทรนด์ ที่ต้องการ “ปล่อยให้กำไรวิ่งต่อ” โดยยังมีจุดออกที่ชัดเจน
- ยืดหยุ่นในการเลือกใช้ทั้ง Limit และ Market เพื่อให้ตรงกับสไตล์การเทรดของคุณ
warningข้อควรระวัง
- หากตั้งค่า Trailing Delta แคบเกินไป การแกว่งตัวเล็ก ๆ แบบปกติอาจทำให้คำสั่งถูก Trigger ก่อนที่เทรนด์จะจบจริง ๆ
- ในตลาดที่สภาพคล่องบางหรือมีสเปรดกว้าง ราคาจับคู่จริงอาจไม่ตรงกับระดับราคาที่คุณคาดหวัง โดยเฉพาะกรณี Market Order
- หากตั้งค่า Trailing Delta กว้างเกินไปคุณอาจยอมให้ราคาย้อนกลับ มากเกินจนเสียกำไรไปส่วนหนึ่งก่อนถูก Trigger
- ผู้ใช้ควรเลือกเปอร์เซ็นต์ Trailing Deltaให้เหมาะกับความผันผวน ของสินทรัพย์และสถานการณ์ตลาดในขณะนั้น
ควรใช้คำสั่ง Trailing Stop เมื่อไหร่?
- check_circleเมื่อต้องการล็อกกำไรในช่วงที่ตลาดมีแนวโน้มชัดเจน แต่ยังอยากให้ราคามีโอกาสเดินหน้าต่อ
- check_circleเมื่อไม่สามารถเฝ้าหน้าจอตลอดเวลา แต่ต้องการให้ระบบช่วยจัดการจุดออกโดยอัตโนมัติ
- check_circleเมื่อเทรดในตลาดที่มีความผันผวนสูง เช่น Crypto หรือสินทรัพย์ที่เคลื่อนไหวแรง เพื่อช่วยจำกัดขนาดการกลับตัวที่รับได้
- check_circleเมื่อต้องการเพิ่มวินัยในการเทรด โดยกำหนดเงื่อนไขเข้า ออกไว้ล่วงหน้าตามค่าที่วัดผลได้ (เปอร์เซ็นต์/ราคา)
การเทรดอัตโนมัติขั้นสูง
ยกระดับการเทรดของคุณไปอีกขั้นด้วยฟีเจอร์อัตโนมัติของ Maxbit ไม่ว่าคุณต้องการทยอยสะสมสินทรัพย์ดิจิทัล ทำกำไรจากความผันผวนของราคา หรือทำรายการขนาดใหญ่ร่วมกับผู้ช่วยส่วนตัว เรามีเครื่องมือที่เหมาะกับสไตล์การเทรดของคุณ
เทรด ออม และทำกำไร ครบจบในแอป Maxbit
ซื้อขายลื่นไหลไม่มีสะดุด เพิ่มกำไรด้วย Grid Bot และ Auto DCA พร้อมระบบความปลอดภัยระดับสากล ให้คุณจัดการพอร์ตได้ทุกที่ทุกเวลา



